Showing posts with label ทัวร์จีน. Show all posts
Showing posts with label ทัวร์จีน. Show all posts

ทัวร์จีน ไปเที่ยวจีน Elite The Best of Beijing 5D4N

ทัวร์จีน ไปเที่ยวจีน Elite The Best of Beijing 5D4N
สุดยอดของโปรแกรมปักกิ่ง “(เที่ยว) ครบ (เต็ม) อิ่ม (พัก) หรู” เยือนแผ่นดินถิ่นมังกร ดินแดนแห่งอารยธรรมนับพันปี ดีไซน์การเดินทางอย่างสร้างสรรค์ นั่งกระเช้าสู่ กำแพงประเทศจีน 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สัมผัสช่วงเวลาการเยือนกำแพงเมืองจีน ที่มีสีสันมากที่สุด ในบรรยากาศความโรแมนติคกับใบไม้แดง ตื่นตากับการแสดงสุดอลังการ กายกรรมปักกิ่ง เอาใจเหล่านักจับจ่าย ถนนหวังฝูจิ่ง-ถนนโบราณเฉียนเหมิน-ตลาดรัสเซีย เสิร์ฟอาหารเลิศรส หมูหัน – เป็ดปักกิ่ง – ซีฟู้ดกุ้งมังกร - บุฟเฟ่ต์ระดับ 6 ดาว GOLDEN JAGUAR พักโรงแรมระดับ 5 ดาว MARRIOTT BEIJING NORTHEAST HOTEL พร้อม เดินทางสะดวก โดย สายการบินไทย และการบริการสุดต้องตาต้องใจ http://www.eliteholidaythai.com Tour China ท่องเที่ยวเมืองจีน มังกรสุดยิ่งใหญ่ จุดศูนย์กลางแห่งมหาอำนาจทุกด้าน ต้นกำเนิดอารยธรรมแสนมหัศจรรย์ และธรรมเนียมปฏิบัติที่ฝั่งรากไปทั่วพิภพ

โพสต์นี้ขอแนะนำบริษัทท่องเที่ยว บริษัทรับจัดทัวร์ระดับ5ดาว

บริษัท อิลิท ฮอลิเดย์ แอนด์ เอเยนซี่ (ประเทศไทย) จำกัด เราได้เริ่มเปิดตัวขึ้น เพราะเราตั้งใจให้วันหยุดพักผ่อนของคุณเป็นวันพิเศษ และหนึ่งในทางเลือก คือการท่องเที่ยว ทัวร์ยุโรป การเดินทางเพื่อพักผ่อน สนุกสนานตื่นเต้น หรือเพื่อหาความรู้ ในแต่ละประเทศต่างก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปสัมผัส ทั้งทางด้านประวัติศาสต์ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของภูมิภาคนั้นๆ บริษัทฯ มีนโยบายที่จะให้บริการท่านด้วยคุณภาพ ด้วยทึมงานที่ผ่านการฝึกอบรมด้านความรู้ และการบริการ ทั้งนี้เรายังให้ความสำคัญในส่วนต่างๆ ของที่พัก ร้านอาหาร สายการบินที่มีมาตรฐาน

บริษัท อิลิท ฮอลิเดย์ แอนด์ เอเยนซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินธุรกิจที่เอื้ออำนวยความสะดวกในด้านการท่องเที่ยวให้ความรู้ ความสนุกสนานเพลิดเพลิน มุ่งให้ความพึงพอใจ มอบบริการที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างความประทับใจ และให้ได้รับความไว้วางใจ สร้างสรรค์ผลงานให้เป็นประโยชน์ ให้คนยอมรับในวงกว้าง เป็นผู้ให้ความสะดวกในด้านการบริการการท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศต่อไปนี้
-บริการจัดนำเที่ยวแบบหมู่คณะ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
-บริการจัดโปรแกรมดูงาน สัมนา ทัศนศึกษา วอล์คแรลลี่ หรือพักผ่อนประจำปี
-บริการการท่องเที่ยวแบบแพคเกจทัวร์ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
-รับจองตั๋วเครื่องบิน ทั้งในประเทศ และทัวร์ต่างประเทศ
-รับจองห้องพัก ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
-ให้คำปรึกษาด้านข้อมูลการท่องเที่ยว
-ให้คำปรึกษา และทำวีซ่า
-รับจองตั๋วรถไฟ JR PASS, EURO PASS
-บริการรถให้เช่า

เชิญร่วมเปิดโลกกว้างไปกับเรา เข้าสู่ห้องเรียนที่กว้างใหญ่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และความทรงจำกับทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว พร้อมอำนวยความสะดวกในด้านการท่องเที่ยว

ผลงานที่ผ่านมาบางส่วน
-ร่วมกับการท่องเที่ยวสำนักงานนครราชสีมา จัดงาน ปากช่อง คาวบอย ไนท์
-บริษัท ทรานส์ เนียก้า (ประเทศไทย) จำกัด ท่องเที่ยว ณ ประเทศจีน เมืองปักกิ่ง, ฮ่องกง
-บริษัท AIA ท่องเที่ยว ณ ประเทศจีน ปักกิ่ง-เกาหลี
-บริษัท C.P. Consumer Co.,Ltd. ท่องเที่ยว ทัวร์สิงคโปร์ ณ ประเทศสิงคโปร์
-บริษัท ว่านลี่ จำกัด ท่องเที่ยว ทัวร์จีน ณ ประเทศจีน ปักกิ่ง
-บริษัท ทีโอที ท่องเที่ยว ณ ประเทศจีน เซี่ยงไฮ้
-Glass Line Co., Ltd. ท่องเที่ยวในประเทศ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
-Great Eastern Drug Co., Ltd. ท่องเที่ยวในประเทศ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
-Oishi ท่องเที่ยวต่างประเทศ ฮ่องกง
-CP Consumer Co., Ltd. ท่องเที่ยวต่างประเทศ ทัวร์ญี่ปุ่น
-CP Interfood Co., Ltd. ท่องเที่ยวต่างประเทศ เกาหลี

บริษัท อิลิท ฮอลิเดย์ แอนด์ เอเยนซี่ (ประเทศไทย) จำกัด
193/152 ชั้น12 เลครัชดาออฟฟิศคอมเพล็กซ์ ถนนรัชดาภิิิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กทม. 10110
โทรศัพท์ 02 661 9399 แฟกซ์ 02 661 9788
เว็บไซต์ http://www.eliteholidaythai.com

หังโจว ซูโจว อู่ซี อาณาบริเวณบรรพ์ ของสาธารณรัฐประชาชนจีน

“บนฟากฟ้ามีสรวงสรรค์ บนผืนปฐพีมีซูโจวและหังโจว” เป็นวรรคที่มีชื่อเสียงมากในกวีบทหนึ่งโดย หยางเซ่าหยิง (Yang Chaoying ค.ศ.1271-1368) กวีสมัยราชวงศ์หยวน บทกวีนี้ได้วรรณนาถึงความเป็นเลื่องลือของเมืองหังโจว ซูโจว อูซี และเส้าซิง นับแต่สมัยราชวงศ์ซ้องใต้เป็นต้นมา และเมืองที่กล่าวมานี้เป็นเมืองที่มีคลองจักรพรรดิตัดผ่าน
ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 ราชสำนักประเทศจีนพ่ายแพ้ต่อ “ชนป่าเถื่อนทางตอนเหนือ” และได้ถอยร่นลงมายังเมืองนูเจิน (Nuzhen) ในปี ค.ศ.1138 มีการสถาปนาอาณาจักรแห่งใหม่ซึ่งมีชื่อว่า อณาจักรซ้องใต้ขึ้น โดยมีเมืองหังโจวเป็น “ฐานชั่วคราว” (หรือที่เรียกว่าซิงไจ้ Xingzai) เมืองหังโจวในฐานะของใจกลางของอณาจักรจีนในยุตนี้ได้เจริญและมีพัฒนาการ เนื่องจากการอพยพข้าวของข้าราชการนักปราชญ์มากมาย เมืองนี้เป็นเมืองที่ปราการป้องกันการบุกรุกของปฏิปักษ์นับแต่สมัยราชวงศ์ถัง
คลองจักรพรรดินี้มีที่มาจากสมัยราชวงศ์โจวตะวันออก (ค.ศ.770-256 ก่อนปีคริสตกาลนับแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา คลองสายนี้ได้รับการขยายจนมีความยาวกว่า 1,100 ไมล์ (1,800 กิโลเมตร) โดยตัดผ่านมณฑลเจ่อเจียนและเจียนสู ไปยังเมืองปักกิ่งและเชื่อมแม่น้ำสี่สายคือ เซียนทังเจียง (Qiantangjian) หยางจือเจียง (Yangzijiang) ไหวเหอ (Huaihe) และฮวงโห (Huanghe) กษัตริย์แห่งรัฐอู่ได้มีพระราชโองการให้ขุดคลองนี้จากเมืองซูโจวไปถึงแม่น้ำแยงซีเพื่อเตรียมรับศึกสงคราม คลองดังกล่าวสร้างเสร็จในปี 495 ก่อนคริสต์ศักราช และมีความยาว 53 ไมล์ (85 กิโลเมตร)
เพียงอีกไม่กี่ปีต่อมา คลองสายนี้ได้ต่อยาวออกโดยเชื่อมเมืองหยางโจวเข้ากับแม่น้ำ 2 สายคือ แม่น้ำแยงซีและแม่น้ำไหวเหอทางทางเหนือ ตำนานหนึ่งกล่าวว่า จักรพรรดิหยางตี้แห่งราชวงศ์สุย ผู้ครองราชย์ระหว่างปีค.ศ.605-618 ได้มีพระราชโองการให้เชื่อมคลองเข้ากับเมืองหยางโจว โดยทรงเชื่อว่าคลองนี้จะทำให้พระองค์ได้ชมผกาสวรรค์ที่มีชื่อว่า ดอกช่วง (qiong) อย่างไรก็ดี ดอกไม้นี้ได้เหี่ยวเฉาไปก่อนที่พระองค์จะได้ยล แต่พระองค์ก็ได้ทรงบัญชาการให้ขุดคลองนี้ต่อโดยเชื่อมเมืองลั่วหยาง ซึ่งเป็นราชธานีในขณะนั้นเข้ากับเมืองปักกิ่งทางตอนเหนือ และแม่น้ำไหวเหอทางตะวันตกเฉียงใต้ นอกจากนี่ยังทรงดำริให้ขุดคลองนี้เชื่องแม่น้ำเจินเจียงกับเมืองหังโจว การขุดคลองซึ่งเป็นเครือข่ายยาวราว 1,700 ไมล์ (2,700 กิโลเมตร) ในครั้งนี้ส่งผลให้ลั่วหยางมีทางติดต่อกับพื้นที่ทางทางเหนือและภาคใต้ซึ่งมีสภาพเศรษฐกิจที่ดียิ่ง เครื่องราชบรรณาการต่างๆ ได้รับการขนส่งมายังเมืองลั่วหยางโดยอาศัยเส้นทางนี้ การขนส่งผลิตผลต่างๆก็ล้วนแต่ใช้คลองสายนี้ เช่น ธัญพืช (ซึ่งมีพื้นที่เจินเจียง-เจียงสูเป็นแหล่งเก็บเกี่ยวข้าวถึงปีละสามครั้ง) ผ้าไหม เครื่องเคลือบ และผลผลิตอื่นๆซึ่งราชสำนักต้องการ
ราชวงศ์หยวน (ค.ศ.1271-1368) ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่ย้ายราชธานีมายังปักกิ่ง ได้สั่งการขุดเครือข่ายคลองนี้เพื่อเพิ่มเชื่อราชธานีเข้ากับเมืองหังโจวโดยตรงการขุดคลองในครั้งนี้ได้ลดระยะที่ต้องเดินทางระหว่างเมืองทั้งสองถึง 620-1,100 ไมล์ (1,000-1,800 กิโลเมตร) สมัยปัจจุบันมีการศึกษาความเป้นไปได้ในการพัฒนาคลองสายนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวคลองสายนี้มิได้เป็นเพียงจุดเยี่ยมชมที่น่าสนใจ หากยังเป็นที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถลงเรือชมคลองได้อีกด้วย เป็นโอกาสที่จะได้เห็นชีวิตผู้คนอีกรูปแบบหนึ่ง
เมืองหังโจวได้ถูกกล่าวไว้ในบทกวีหลายบทที่แต่งขึ้นสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) เช่นในงานกวีของไป๋จูยี่ (Bai Juyi ค.ศ.772-846) กวีผู้นี้ได้กลายเป็นผู้ว่าราชการเมืองในปีค.ศ.882 และเป็นผู้สั่งการสร้างเขื่อกั้นน้ำที่ ทะเลสาบตะวันตก Wake Lake หรือซีหู (Xihu) เขื่อนนี้มีชื่อว่าไป๋ตี้ (Baidi) จากชื่อของผู้ว่าฯไป๋จูยี่ กวีหญิง หลี่ซิงเจ้า ซึ่งมีชีวิตอยู่ในราวปี ค.ศ.1084-1151 ได้เขียนร้อยกรองขึ้นหลายบทด้วยแรงผลักดันที่ได้จากความงามอันหลากสีสันของเมืองหังโจว หังโจวได้กลายเป็นเมืองที่เลื่องลือก้องโลกในสมัยราชวงศ์ซ้องไต้ (ค.ศ 1127-1279) สมัยนี้พสกนิกรของเมืองหังโจวได้เพิ่มขึ้นจากเดิม ซึ่งน้อยกว่าห้าแสนคนเป็นจำนวนกว่าล้านคน และทำให้เมืองหังโจวเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเมืองหนึ่งในโลก อย่างไรก็ดีเมืองหังโจวถูกทำลายเสียกายจนเกือบหมดสิ้นในช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในช่วงเหตุการณ์กบฏไท่ผิง เมืองหังโจวในสมัยปัจจุบันแทบจะไม่มีร่องรอยของเมืองที่เคยมีนามห้องโลกหลงเหลืออยู่เลย ที่มา : http://merrybrighttravel.com

ตงเป่ยตัวเมืองที่เย็นทางภาคเหนือของกรุงปักกิ่ง

ตงเป่ยเมืองที่หนาวเย็นทางภาคเหนือของกรุงปักกิ่ง
พื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงปักกิ่งคือเขตที่ราบภาคเหนือ (North China Plain) อันบริบูรณ์ในเขตมณฑลเหลี่ยวหนิง (Liaoning) มณฑลจิหลิน (Jilin) และมณฑลเอยหลงเจียง (Heilongjiang) ภูมิภาคแห่งนี้มีพรมแดนทางประจิมคือเขตทุ่งหญ้าสเต็ปแห่งมองโกเลีย และพรมแดนทางทิศตะวันตกคือคาบสมุทรเกาหลี ชื่อเดิมของเขตนี้คือแมนจูเรีย (Manchuria) ในสมัยราชวงศ์ชิงที่ชาวแมนจูมีศักดาในราชบัลลังค์เมืองจีน ชาวฮั่นถูกกีดกันไม่ให้เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ ข้อบังคับนี้มีผลถึงกลางศตวรรษที่แล้วเนื่องด้วยความกดดันจากจำนวนมวลชนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และความโกลาหลอันเกิดจากกบฏไท่ผิง (1850-1864) ส่งผลให้เกิดการอพยพย้ายถิ่นฐานของชาวจีนฮั่นเข้ามาพื้นที่นี้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้พยายามแยกดินแดนแห่งนี้ออกจากการครอบครองของเมืองจีน โดยตั้งคณะรัฐบาลหุ่นเชิดที่มีปูยีจักรพรรดิองค์สุดท้ายของประเทศจีนเป็นผู้นำ ปัจจุบันตงเป่ยมีประชากรประมาณ 100 ล้านคน
คุณสามรถเดินทางจากกรุงปักกิ่งไปยังตงเป่ยได้โดยใช้เส้นทางรถไฟทรานส์-ไซบีเรีย (trans-Siberia Railway) รถไฟสายนี้เส้นที่ผ่านเมืองฉางชุน (Changchun) วิ่งเข้าสู่เมืองจิหลิน (Jilin) และเมืองฮาร์บิ้น (Harbin) ในขณะที่เส้นทางผ่านเมืองชิชิฮาร์ (Qiqihair) จะตัดไปยังเมืองไฮลาร์ (Hailar) และเมืองมันโจวหลี่ (Manzhouli) ซึ่งเป็นเมืองชายแดนของประเทศจีนก่อนเข้าสู่เขตแดนของม่านเหล็ก เมืองเซินหยาง (Shenyang) เมืองหลวงของมณฑลเหลี่ยวหนิง อยู่ห่างจากปักกิ่งไป 520 ไมล์ (840 กิโลเมตร) และใช้เวลาสัญจรประมาณ12 ชั่วโมง โดยรถด่วนแต่ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยทางอากาศ เส้นทางรถไฟนี้วิ่งขนานชายฝั่งของทะเลป๋อไห่ (Bohai) เป็นช่วงยาวโดยผ่าน เมืองเป่ยไดเหอ (Beidaihe) เมืองพักผ่อนชายทะเล และเมือง ซิงเชิง (Xingcheng) ซึ่งเป็นเมืองพักตากอากาศอีกแห่งและเป็นเมืองเก่าแก่มีมาแต่สมัยราชวงศ์หมิง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดหากต้องการเดินทางไปยังเมืองเซินหยางและเมืองอื่นๆในอีสานของประเทศจีนคือในช่วงคิมหันต์ เนื่องจากมีหน้าหนาวซึ่งกินเวลายาวนานมีความหนาวเย็นมากในปัจจุบันเซินหยางมีราษฎร 4.5 ล้านคน และมีชื่อในภาษาแมนจูว่า มุคเดน (Mukden) เมืองเซินหยางเป็นเมืองชุมทางของเส้นทางคมนาคมสายต่างๆ ในเขตอีสานของจัน และเป็นเมืองอุตสาหรรมที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศที่มีความเป็นมาอันยาวนาน สมัยราชวงศ์ซ้องเมืองนี้กลายเป็นเมืองศูนย์รวมการแลกเปลี่ยนซื้อขายปศุสัตว์ซึ่งหมู่ชนเร่ร่อนเป็นผู้เพาะพันธุ์และนำมาขายในสมัยราชวงศ์ชิงของชาวแมนจู ทุกวันนี้ชาวแมนจูกว่าครึ่งหนึ่งของชาวแมนจูทั้งหมดในจีนอาศัยอยู่ในมณฑลนี้ ชาวแมนจูไม่ได้รับสิทธิในฐานะชนหมู่น้อยจวบจน ค.ศ.1970 เนื่องจากถือกันว่าเป็นกลุ่มชนเดียวกับชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ มณฑลเหลี่ยวหนิงมีหน่วยดูแลตนเองอยู่หลายแห่ง ซึ่งโดยมากเป็นหน่วยปกครองตนเองของชาวแมนจู ซึ่งมีการจัดแสดงแบบท้องถิ่นให้คนต่างแดนที่เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวเข้าชม พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมแมนจู (Museum of Manchu Art and Culture)
ที่มา : http://merrybrighttravel.com/TourChina.html

ปักกิ่ง พระนครแห่งอุดรทิศ ในประเทศจีน

ตามกระแสความคิดของจีนแบบดั้งเดิม โลกมิได้เป็นแผ่นดินแบบกลมอย่างความเชื่อในตะวันตกของเทอเลมิ (Ptolemy) หากเชื่อว่าโลกมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเมืองของจีน โดยเฉพาะพระนครจึงต้องมีรูปแบบเป็นทรงจัตุรัสเพื่อให้สดคล้องกับแบบแผนที่มีอยู่ของจักรวาล นครปักกิ่งโบราณจึงเป็นเมืองที่มีแนวความคิดนี้ปรากฎเด่นชัดในผังเมืองมากกว่าเมืองใดๆ ในสาธารณรัฐประชาชนจีน

พื้นที่รอบเมืองปักกิ่งเป็นที่ตั้งหลักแหล่งของผู้คนมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ได้มีการค้นพบกะโหลกมนุษย์ปักกิ่ง (Sinanothropus pekinenes) ที่หมู่บ้านโจวโข่วเตี้ยน (Zhoukoudian) เป็นข้อพิสูจน์พิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้ นับแต่ ค.ศ.1000 เป็นต้นมา นครแห่งนี้ได้ทำหน้าที่เป็นพระราชฐานหลักและรองของหลายราชวงศ์ ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ในรัชกาลของจักรพรรดิกุบไลข่านแห่งราชวงศ์มองโกลเมืองแห่งนี้ได้ชื่อว่าเมืองคานบาลิค (Khanbaliq ซึ่งแปลว่าเมืองของท่านข่าน) และมีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในฐานะพระราฐานเหมันต์ของจักรพรรดิหลายพระองค์

จักรพรรดิหย่งเล่อเป็นสถาปนิกและผู้วางผังเมืองในปี ค.ศ.1421 พระองค์ได้ทรงย้ายฐานราชการจาดเมืองหนานจิงมายัง เมืองเป่ยผิง (Beiping ซึ่งแปลว่าสันติภาพแห่งอุดรทิศ) ซึ่งในที่สุดได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นเป่ยจิง (Beijing ซึ่งแปลว่าเมืองหลวงแห่งอุดรทิศ) แต่เมืองนี้มีชื่อเรียกต่างๆกันไปในต่างบ้านต่างเมือง เช่นในประเทศไทยเรียกว่าปักกิ่ง และในประเทศตะวันตกในยุคก่อนเรียกว่า เพกิ่ง (Peking)

หย่งเล่อจักรพรรดิหมิงพระองค์ที่ 3 ได้วางแผนสร้างเมืองตามรูปแบบการทำนายแบบเบื้องต้น ซึ่งใช้ดินทรายโปรยลงบนพื้นเพื่อตีความนัย การทำนายนี้ตั้งอยู่บนหลักการของ “ลมและน้ำ” ซึ่งหมายจะให้เกิดความเสมอภาค กลมกลืนระหว่างชีวิตมนุษย์และธรรมชาติ เมืองปักกิ่งตั้งอยู่บนที่ราบซึ่งเปิดลงไปทางใต้ และอยู่ใต้เขาน้อยใหญ่ที่วางตัวเป็นครึ่งวงกลมทางเหนือ ผังเมืองของที่นี่จึงมีอาคารต่างๆ หันหน้าไปทางทิศทักษิณเช่นเดียวกับลักษณะทำเลของเมือง ทั้งนี้เพื่อป้องกันพลังหยิน เช่น ลมเย็นจากไซบีเรียหรือข้าศึกศัตรูจากทุ่งหญ้าสเต็ปป์ ส่วนทางด้านใต้เปิดรับพลังอบอุ่นของหยาง ดังนั้นการที่ประตูเซี่ยนเหมินซึ่งเป็นประตูเมืองทางทิศใต้มีความสวยสง่า ขนาดและความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เขาถ่านหิน (หรือจิงซาน Jingshan) ทางตอนเหนือของพระราชวังเป็นจุดที่มีลมฟ้าอากาศโปร่งสบายและสามารถมองลงมาเห็นเมืองปักกิ่งได้ทั้งหมด สนใจทัวร์จีน ติดต่อ>>> http://merrybrighttravel.com/TourChina.html

ทัวร์จีน ต้องแวะมาท่องเที่ยวให้ได้กวางโจว

ทัวร์สาธารณรัฐประชาชนจีนกับกวางโจว  กวางโจว เมืองเอกของมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) กวางเจาเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโซนทางใต้และใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศจีน มีเรื่องราวยาวนานมากกว่า 2,800 ปี ตำนานการสร้างเมืองเล่าว่าเทวดา 5 องค์ ขี่แพะ 5 ตัวลงมาจากสวรรค์และมอบรวงข้าวให้พลเมืองนำไปปลูกทำให้หลังจากนั้นกวางเจาก็ได้กลายเป็นเมืองที่มีความเพียบพร้อม
กวางโจว หรือ กวางเจา  กวางโจว เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง กวางโจว เป็นเมืองใหญ่สุดทางปักษ์ใต้ของประเทศจีนซึ่งเป็นมณฑลซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 3 แห่งของจีน คือ เซินเจิ้น จูไห่ และ ซัวเถา  กวางโจวตั้งอยู่ปากแม่น้ำจูเจียง ตั้งอยู่ใกล้เกาะไหหลำ มาเก๊า และฮ่องกง มีเหตุการณ์ในอดีต ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี เป็นจุดเริ่มของเส้นทางสายไหมทางทะเลในครั้งโบราณกาล และยังเคยเป็นเมืองท่าเสรีแห่งแรกและแห่งเดียวที่เปิดต้อนรับฝรั่งที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับเมืองจีน กวางโจวกลายเป็นเมืองท่าที่มีชื่อเสียงของโลก มีการค้ากับต่างประเทศอย่างรวย ผลิตผลจากทางภาคใต้ของประเทศจีน เช่น ผ้าไหม ใบชา กลายเป็นสินค้าส่งออกจากที่นี่ เรือของซื้อของขายของต่างชาติ ก็มาที่นี่ส่วนใหญ่เช่นกัน กวางเจา เป็นใจกลางการขนส่งและประตูการค้าที่สำคัญ ได้รับการกำหนดชื่อว่าเป็นประตูด้านใต้ของประเทศจีน ปัจจุบันกวางโจวไม่เพียงแต่มีการจราจรทางน้ำที่เฟื่องฟูมั่งคั่ง ยังมีสายการบินนานาชาติ บินเข้าบินออกจำนวนไม่น้อย จึงมีสถานะของเมืองที่สำคัญยิ่งของเมืองจีน ในด้านการค้ากับต่างประเทศ  เครดิต : http://merrybrighttravel.com/TourChina.html

ทัวร์จีนเดินเตร็ดเตร่สังเกตเมืองตากอากาศอย่างเมืองเซินเจิ้นกัน


ทัวร์จีนเดินเล่นทัศนะเมืองท่องเที่ยวอย่างเมืองเซินเจิ้นกัน



เดินเล่นทัวร์จีนทั้งที ถ้าไม่ไปเที่ยวเมืองที่ขึ้นชื่ออย่าง เมืองเซินเจิ้นก็คงจะดูตกเทรนด์ไปสักหน่อย  ซึ่งเมืองนี้ตั้งอยู่ทางปากใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน บริเวณริมฝั่งตะวันออกของปากแม่น้ำจูเจียง ทางตะวันออกหันหน้าสู่อ่าวต้าย่าวานและอ่าวต้าเผิงวาน ทางทิศตะวันตกใกล้ปากแม่น้ำจูเจียงและทะเลหลิงติงหยาง ทางใต้ติดกับแม่น้ำเซินเจิ้นและเกาะฮ่องกง ทางเหนือเชื่อมติดกับเมืองตงกวั่นและฮุ่ยโจว



     ลักษณะเฉพาะมืองเซินเจิ้นเป็นเมืองริมฝั่งทะเลที่ตามสมัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้รับการประเมินให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเด็ดดวงจากรัฐบาลจีน หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ของสหรัฐจัดอันดับเมืองเซินเจิ้นเป็นหนึ่งใน 31 เมืองของโลกที่ต้องไปท่องเที่ยวประจำปี 2010



เซินเจิ้น มีแหล่งทรัพยากรการสัญจรทางธรรมชาติที่บริบูรณ์มาก ทางตะวันออกมีชายฝั่งหวงจินไห่อั้นซึ่งเป็นทิวทัศน์ริมชายฝั่งทะเลที่สวยงาม ทางตะวันตกมีป่าไม้โกงกาง เขตอนุรักษ์ทางธรรมชาติที่เกาะเน่ยหลิงติงตลอดจนทิวทัศน์ทุ่งนาบนทะเล เป็นต้น  เพราะฉนั้นไม่ควรพลาด



ในแดนเขาเขียวน้ำใสมีความยาวกว่า 9 ตารางกิโลเมตรนั้น เซินเจิ้น ได้สร้างเมืองหวาเฉียวขึ้นทางภาคตะวันออก ซึ่งเป็นเขตนำร่องการสัญจรเชิงนิเวศระดับชาติแห่งแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้กลุ่มคนสามารถทดสอบสัมผัสสภาพการเลี้ยงชีพแบบคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างเต็มที



ที่เมืองเซินเจิ้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นหนึ่งของโลก มีสถานที่ท่องเที่ยวประเภทต่างๆ ที่สร้างเสร็จจำนวน 117 แห่ง ได้แก่ จิ่งซิ่วจงหวา ซึ่งเป็นหมู่บ้านธรรมเนียมดั้งเดิมของจีน หน้าต่างแห่งโลก สวนสนุก เมืองหวาเฉียวในทางตะวันออก และทิวทัศน์ทุ่งนาบนทะเล เป็นต้น คาบสมุทรต้าเผิงที่เซินเจิ้นได้รับการประเมินเป็นชายหาดที่สวยงามที่สุด หนึ่งใน 8 แห่งของจีน



            นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนสามารถชิมรสชาติอาหารประเภทต่างๆ ได้จนพอใจ เมืองเซินเจิ้นยังได้สมญานามว่าสวรรค์แห่งการช้อปปิ้ง ไม่ว่าผลิตผลยี่ห้อดังในโลกหรือผลิตผลพื้นเมืองของจีน ที่นี่มีหมดทุกอย่าง ในเทศกาลธรรมเนียมการท่องเที่ยวเมืองเซินเจิ้นมีกิจกรรมฉลองต่างๆ มากมาย ในจำนวนนี้กิจกรรมระดับค่อนข้างใหญ่ ได้แก่ เทศกาลวัฒนธรรมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของเมืองเซินเจิ้น เทศกาลดนตรีชายหาด เทศกาลเบียร์นานาชาติที่หน้าต่างแห่งโลก เทศกาลคาร์นีวัลที่เมืองหวาเฉียว และเทศกาลมายากลระหว่างประเทศที่สวนสนุก   ซึ่งได้กลายเป็นเทศกาลมายากลขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในโลกของปัจจุบัน เมืองเซินเจิ้นยังเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญในปากใต้ของจีน และเป็นเมืองที่มีทั้งด่านศุลกากรทางทะเล ทางบกและทางอากาศรวมในที่แห่งเดียวของจีน ความรื่นเริงยังไม่มีแค่นี้ในการทัวร์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนยังมีอีกมากมายหลายเมืองที่น่าดึงดูด ยังไงไปทัวร์จีนอย่าลืมแวะไปเมืองเซินเจิ้นกันนะคะ



http://merrybrighttravel.com/TourChina.html