เมื่อเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูหนาวแห่งปีของเมืองญี่ปุ่น ในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจัดเทศกาลและกิจกรรมกันมากมายหลายแห่ง ท่านที่ประทับใจอากาศหนาวๆไม่ควรพลาดค่ะ เดี๋ยวเราจะพาไปรู้จักมักจี่กับเทศกาลหิมะที่ฮอกไกโดกันค่ะ
งานเทศกาลหิมะซัปโปโร หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Sapporo Snow Festival เป็นงานเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียงของเมืองซัปโปโร (Sapporo มาจากภาษาไอนุ หมายถึง แม่น้ำสำคัญไหลผ่านที่ลุ่ม) เป็นนครหลวงของเขตHokkaido (Hokkaido มาจากภาษาไอนุ หมายถึง เส้นทางสู่ทะเลเหนือ) เป็นเทศกาลหิมะที่โด่งดังของเมืองซัปโปโร ซึ่งจัดขึ้นประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุก ๆ ปีบนพื้นที่จัดงาน 3 ส่วนคือ สวนสาธารณะโอโดริย่านการค้าซูซูกิโน และซัปโปโรคอมมูนิตี้โดม (สึโดมุ)
งานเทศกาลหิมะของเมืองซัปโปโรเริ่มขึ้นเมื่อราว ปี ค.ศ. 1950 โดยความร่วมมือของสมาคมส่งเสริมการเดินทางสำรวจซัปโปโรและเขตซัปโปโร ในเทศกาลหิมะครั้งแรกนี้ เพราะไม่มีใครเคยสร้างรูปปั้นหิมะมาก่อนคณะกรรมการจัดงานจึงต้องเว้าวอนให้นักเรียนชั้นมัธยมปลายในเมืองซัปโปโรร่วมกันก่อรูปปั้นหิมะขึ้น จนได้รูปปั้นจำนวน 6 ชิ้นในบริเวณลานในสวนสาธารณะโอโดริซึ่งเดิมใช้เป็นที่ทิ้งหิมะ รูปปั้นหิมะรุ่นแรก ๆ นั้นมีความสูงอย่างมากเพียง 7 เมตรเท่านั้น แต่ในงานครั้งที่ 4 ในปี ค.ศ. 1953 มีการสร้างรูปปั้นที่มีขนาดสูงถึง 15 เมตร ซึ่งต้องใช้หิมะจำนวนมาก จึงต้องใช้รถบรรทุกและรถดันดินมาช่วยในการสร้าง และนับเป็นจุดแรกเริ่มของการสร้างรูปปั้นหิมะขนาดใหญ่อย่างในปัจจุบัน
งานเทศกาลหิมะที่เมืองซัปโปโร (Sapporo) นี้ จะแบ่งพื้นที่การจัดงานออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ บริเวณโอโดะริ (Odori) ซุซุกิโนะ (Susukino) และบริเวณ คอมมูนิตี้ โดม ทสึโดเมะ (the grounds at Community Dome Tsudome) พื้นที่การจัดงานหลักจะอยู่ที่บริเวณโอโดะริ (Odori) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของสวนโอโดะริ (Odori Park) ที่มีความยาวมากถึง 1.5 กิโลเมตร รูปปั้นแกะจากน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงที่ได้รับการจัดแสดงอยู่บริเวณนี้บางรูปปั้นมีความสูงมากกว่า 15 เมตรและกว้างถึง 25 เมตร และมีการประดับไฟจนถึงเวลา 22.00 น.
ที่งานเทศกาลหิมะนี้ นอกจากจะมีงานการแกะสลักหิมะหรือน้ำแข็งของชาวญี่ปุ่น ที่มีตั้งแต่ขนาดปานกลางจนถึงขนาดใหญ่ที่สูงเป็นสิบเมตรแล้ว ก็จะมีผลงานการแกะสลักหิมะประกวดในระดับนานาประเทศอีกด้วย เมืองไทยเองก็ได้เข้าร่วมการประกวดแกะสลักหิมะด้วยด้วย และเคยได้รับรางวัลชนะเลิศมาแล้วหลายครั้งด้วยกัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1955 และจัดเรื่อยมาจนถึงสมัยปัจจุบัน
งานเทศกาลหิมะไม่ได้มีอยู่ที่ซัปโปโร (Sapporo) เพียงแห่งเดียวเท่านั้น เทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งคือเทศกาลหิมะของเมืองอะซะฮิคะวะ (Asahikawa Winter Festival) Asahikawa เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีสวนสัตว์ที่น่าไปเที่ยวอย่าง Asahiyama Zoo เทศกาล Asahikawa Winter ได้บันทึกลงในกินเนสบุ๊คว่า มีประติมากรรมที่สร้างจากหิมะที่ใหญ่ที่สุดในโลก จุดเด่นอย่างหนึ่งของเทศกาลนี้อยู่ที่ ความยิ่งใหญ่ของรูปปั้นหิมะ ความสูงมากกว่า 25 เมตร ใหญ่กว่ารูปปั้นเทศกาลหิมะที่ซัปโปโร (Sapporo) และในช่วงเดียวกันมีเทศกาลแกะสลักน้ำแข็งและประดับไฟในรูปปั้นหิมะ ไปที่เดียวก็เต็มอิ่มกับงานเทศกาลที่น่าสนใจถึง 3 เทศกาลด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีบันไดเลื่อนยักษ์ทำจากหิมะ และมีเวิร์คช้อปทำประติมากรรมจากหิมะด้วย อย่าพลาดเทศกาลหิมะแห่งเมืองอะซะฮิคะวะ (Asahikawa Winter Festival)
Kotan เป็นภาษาไอนุ แปลว่าหมู่บ้าน งานเทศกาลนี้จัดขึ้นบนทะเลสาบ Shikaribetsuko โดยในงานจะมีการสร้างหมู่บ้านจำลองขึ้นมาบนทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็ง รวมทั้งมีน้ำพุร้อนกลางน้ำแข็ง บาร์น้ำแข็ง โบสถ์น้ำแข็ง โรงแรมน้ำแข็ง โรงงานน้ำแข็งด้วย ที่โรงงานทำน้ำแข็งมีกิจกรรมทำแก้วน้ำแข็งด้วยตนเองด้วยค่ะ นั่งกินเหล้าสาเกที่รินอยู่ในแก้วที่ทำขึ้นมาเองในขณะที่ดื่มด่ำกับหิมะและน้ำแข็งรอบๆตัวก็คงเป็นประสบการณ์อีกหนึ่งอย่างที่น่าจดจำนะคะ
เทศกาลนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นและไม่มีพิธีรีตอง มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 62 ปี มีปฏิมากรรมหิมะซึ่งประดิษฐ์โดยชาวเมืองเอง มีการแสดงแสงสีเสียง
Showing posts with label เที่ยวญี่ปุ่น. Show all posts
Showing posts with label เที่ยวญี่ปุ่น. Show all posts
46 ผลการสำรวจกับการท่องเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น
มีการสำรวจ 46 อย่างของคนญี่ปุ่นที่คนต่างชาติเห็นแล้วตกใจเมื่อ เราคนไทยไปทัวร์ญี่ปุ่นเห็นแล้วต้องตกใจเหมือนกัน ไม่ว่าชาติไหนไปทัวร์ญี่ปุ่นก็ตกใจ
1. รถไฟมาตามเวลา ที่เรียกว่าตามเวลาที่บอกน่ะ รถไฟปิดประตูแล้วนะ ถ้าเรามาตรงเวลาในตารางเวลารถไฟ แปลว่าเราตกรถแน่นอน
2. ผลไม้อร่อย ยังมีอาจารย์คนไทยมาแล้วขอไปซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อกลับไทย บอกว่ามะเขือเทศที่ญี่ปุ่นหวานดี ผลไม้อื่นๆก็ไม่ต้องพูดถึง โดยเฉพาะสตอเบอร์รี่
3. ขนมปังในร้านสะดวกซื้ออร่อย อันนี้จริง โดยเปรียบเทียบกับขนมปังในร้านสะดวกซื้อในไทย
4. ประตูรถแท็กซี่เปิดปิดเอง
5. มีโอกาสได้ของที่ทำหล่นหายคืนสูง
6. ทานไก่เคนตั๊กกี้ในวันคริสมาส เอ อันนี้คนไทยคงไม่ตกใจเท่าไรมั้ง เพราะวันคริสมาสกะเราก็ไม่ค่อยเกี่ยวกันอยู่แล้ว
7. ตู้ขายของอัตโนมัติมีทุกซอกทุกมุม คงไม่มีชาติใดที่มีตู้ขายของอัตโนมัติ(โดยเฉพาะขายน้ำ)เยอะเท่าญี่ปุ่นอีกแล้ว
8. ตู้ขายของอัตโนมัติขายของหลากหลายอย่าง รวมทั้ง เหล้าและบุหรี่
9. โถส้วมเป็นระบบฉีดชำระอัตโนมัติ
10. น้ำประปาดื่มได้ อันนี้คนจากประเทศพัฒนาแล้วอาจจะไม่ตกใจเท่าไร
11. น้ำชาไม่หวาน โดยเฉพาะคนไทยต้องตกใจมากๆแน่ เหมือนกับที่คนญ๊่ปุ่นเจอน้ำชาเขียวหวานๆของไทยไป ช้อคไปตามๆกัน
12. ในร้านอาหารสูบบุหรี่ได้ อันนี้ทุกๆชาติตกใจ
13. ในซุปเปอร์มาเก็ตมีอาหารให้ชิมมากมาย
14. ทางด่วนต้องเสียค่าบริการ คนที่ตกใจมาจากประเทศใดเนี่ยที่ทางด่วนไม่ต้องเสียตังค์
15. เค้กที่ขายตามร้านเค้กมีการตกแต่งสวยงามจนถึงขั้นเรียกว่าเป็นงานฝีมือได้ อันนี้คนจากทุกประเทศซูฮกฝีมือคนญี่ปุ่นในเรื่องนี้กันอย่างถ้วนทั่วหน้า
16. ทางด่วนในโตเกียวช่างคดเคี้ยวเหลือเกิน
17. ในร้านอาหารสไตล์มาทานเป็นครอบครัว มีปุ่มกดเรียกพนักงานให้มารับออเดอร์ เยี่ยม ! ไม่ต้องตะโกนเรียก
18. ในร้านกินดื่ม มีเมนูเป็นเครื่องที่เป็น touch screen ไว้ดูเมนูและสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้เลยโดยไม่ต้องเรียก
19. เหรียญ 5 เยน และ 50 เยน มีรูตรงกลาง จำได้ว่าไม่ตกใจ
20. ทิชชู่ได้รับแจกฟรีมากมาย
21. ของในร้าน 100 เยน มีมากมายและหลากหลาย เรียกว่าสามารถใช้ชีวิตด้วยของร้านร้อยเยนเท่านั้นก็ได้
22. คนญี่ปุ่นชอบ Yahoo มากกว่า
23. ถ้าเช่ารถก็จะมีเครื่องนำทาง ติดตั้งอยู่ในตัวรถมาด้วยเสมอ
24. เอากระเป๋าจองที่นั่งไว้ได้ ไม่มีใครขโมยไป
25. เครื่องดืมขนาด S มีขนาดเล็กมาก
26. สายไฟที่ระโยงระยางบนท้องถนนมีจำนวนมากเหลือเกิน
27. ต่อแถวเวลารอขึ้นรถไฟ
28. ฝารองนั่งโถส้วมอุ่น ยิ่งเวลาหน้าหนาว รู้สึกขอบคุณมันมากๆ
29. ราคาตั๋วหนังแพง แพงขนาดว่าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องชวนกันไปดูหนัง
30. ร้านปาจิงโกะมีให้เห็นเป็นระยะๆ จริงๆ
31. เทคนิคในการห่อของขวัญเยี่ยมยอด
32. ที่จอดรถซ้อนกันในแนวตั้ง
33. ระบบจ่ายเงินค่าทางด่วนอัตโนมัติ ETC อันนี้บ้านเราก็มีแล้ว Easy pass
34. มีที่แช่น้ำร้อนเฉพาะเท้า
35. มีตู้รถไฟที่จัดให้เฉพาะผู้หญิงขึ้นเท่านั้น
36. มีโรงแรมม่านรูด แล้วประเทศไหนไม่มีโรงแรมม่านรูดบ้าง
37. บุหรี่มีมากมายหลายยี่ห้อ
38. บ้านเมืองมีความปลอดภัยสูง เวลาค่ำคืนสามารถเดินออกไปได้
39. มีห้องน้ำแบบนั่งยองๆ
40. คิทแคทมีหลายรสชาติ
41. มีพนักงานสาวคอยดูแลการขึ้นลงลิฟท์ให้ผู้โดยสาร
42. มีซองน้ำจิ้มที่สามารถราดน้ำจิ้มได้ด้วยมือข้างเดียว(โดยไม่ต้องแกะหรือฉีก) เรียกว่า Dispenpack อันนี้เห็นครั้งแรกก็ทึ่งเหมือนกัน สมเป็นญี่ปุ่นจริงๆ เรื่องคิดค้นต้องยกให้เขา
43. โรงแรมแคปซูล ปัจจุบันมีการพัฒนาโรงแรมแคปซูลให้มีความหลากหลายมากขึ้น คนที่ไมเคยลิ้มลองรสชาติการนอนในโรงแรมแคปซูลคงต้องไปหาลองกันบ้างแล้ว
44. มีถุงที่ร้านต่างๆใส่สินค้าของร้านตัวเองแล้วปิดผนึกไม่ให้ลูกค้าเห็นของด้านใน แล้วตั้งราคาเป็นตัวเลขกลมๆ ขายในช่วงปีใหม่ ซึ่งของในถุงมักจะมีราคาสูงกว่าราคาที่ตั้งไว้ เรียกกว่า Fukubukuro เคยเห็นคนต่อคิวรอห้างเปิดเพื่อเข้าไปแย่งกันซื้อถุงเหล่านี้ ผู้หญิงทั้งนั้น
45. ห้องในโรงแรมบิสซิเนส เล็กมาก โดยเฉพาะห้องชนิด semidouble
46. ชาวต่างชาติที่มีแฟนเป็นสาวญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักๆมักจะหน้าตาแย่ อันนี้จริงแท้ เห็นแล้วยังงง
ที่กล่าวมานั้นมีทั้งน่าตกใจและเป็นเรื่องธรรมดาของประเทศไทยเราเลยค่ะ
1. รถไฟมาตามเวลา ที่เรียกว่าตามเวลาที่บอกน่ะ รถไฟปิดประตูแล้วนะ ถ้าเรามาตรงเวลาในตารางเวลารถไฟ แปลว่าเราตกรถแน่นอน
2. ผลไม้อร่อย ยังมีอาจารย์คนไทยมาแล้วขอไปซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อกลับไทย บอกว่ามะเขือเทศที่ญี่ปุ่นหวานดี ผลไม้อื่นๆก็ไม่ต้องพูดถึง โดยเฉพาะสตอเบอร์รี่
3. ขนมปังในร้านสะดวกซื้ออร่อย อันนี้จริง โดยเปรียบเทียบกับขนมปังในร้านสะดวกซื้อในไทย
4. ประตูรถแท็กซี่เปิดปิดเอง
5. มีโอกาสได้ของที่ทำหล่นหายคืนสูง
6. ทานไก่เคนตั๊กกี้ในวันคริสมาส เอ อันนี้คนไทยคงไม่ตกใจเท่าไรมั้ง เพราะวันคริสมาสกะเราก็ไม่ค่อยเกี่ยวกันอยู่แล้ว
7. ตู้ขายของอัตโนมัติมีทุกซอกทุกมุม คงไม่มีชาติใดที่มีตู้ขายของอัตโนมัติ(โดยเฉพาะขายน้ำ)เยอะเท่าญี่ปุ่นอีกแล้ว
8. ตู้ขายของอัตโนมัติขายของหลากหลายอย่าง รวมทั้ง เหล้าและบุหรี่
9. โถส้วมเป็นระบบฉีดชำระอัตโนมัติ
10. น้ำประปาดื่มได้ อันนี้คนจากประเทศพัฒนาแล้วอาจจะไม่ตกใจเท่าไร
11. น้ำชาไม่หวาน โดยเฉพาะคนไทยต้องตกใจมากๆแน่ เหมือนกับที่คนญ๊่ปุ่นเจอน้ำชาเขียวหวานๆของไทยไป ช้อคไปตามๆกัน
12. ในร้านอาหารสูบบุหรี่ได้ อันนี้ทุกๆชาติตกใจ
13. ในซุปเปอร์มาเก็ตมีอาหารให้ชิมมากมาย
14. ทางด่วนต้องเสียค่าบริการ คนที่ตกใจมาจากประเทศใดเนี่ยที่ทางด่วนไม่ต้องเสียตังค์
15. เค้กที่ขายตามร้านเค้กมีการตกแต่งสวยงามจนถึงขั้นเรียกว่าเป็นงานฝีมือได้ อันนี้คนจากทุกประเทศซูฮกฝีมือคนญี่ปุ่นในเรื่องนี้กันอย่างถ้วนทั่วหน้า
16. ทางด่วนในโตเกียวช่างคดเคี้ยวเหลือเกิน
17. ในร้านอาหารสไตล์มาทานเป็นครอบครัว มีปุ่มกดเรียกพนักงานให้มารับออเดอร์ เยี่ยม ! ไม่ต้องตะโกนเรียก
18. ในร้านกินดื่ม มีเมนูเป็นเครื่องที่เป็น touch screen ไว้ดูเมนูและสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้เลยโดยไม่ต้องเรียก
19. เหรียญ 5 เยน และ 50 เยน มีรูตรงกลาง จำได้ว่าไม่ตกใจ
20. ทิชชู่ได้รับแจกฟรีมากมาย
21. ของในร้าน 100 เยน มีมากมายและหลากหลาย เรียกว่าสามารถใช้ชีวิตด้วยของร้านร้อยเยนเท่านั้นก็ได้
22. คนญี่ปุ่นชอบ Yahoo มากกว่า
23. ถ้าเช่ารถก็จะมีเครื่องนำทาง ติดตั้งอยู่ในตัวรถมาด้วยเสมอ
24. เอากระเป๋าจองที่นั่งไว้ได้ ไม่มีใครขโมยไป
25. เครื่องดืมขนาด S มีขนาดเล็กมาก
26. สายไฟที่ระโยงระยางบนท้องถนนมีจำนวนมากเหลือเกิน
27. ต่อแถวเวลารอขึ้นรถไฟ
28. ฝารองนั่งโถส้วมอุ่น ยิ่งเวลาหน้าหนาว รู้สึกขอบคุณมันมากๆ
29. ราคาตั๋วหนังแพง แพงขนาดว่าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องชวนกันไปดูหนัง
30. ร้านปาจิงโกะมีให้เห็นเป็นระยะๆ จริงๆ
31. เทคนิคในการห่อของขวัญเยี่ยมยอด
32. ที่จอดรถซ้อนกันในแนวตั้ง
33. ระบบจ่ายเงินค่าทางด่วนอัตโนมัติ ETC อันนี้บ้านเราก็มีแล้ว Easy pass
34. มีที่แช่น้ำร้อนเฉพาะเท้า
35. มีตู้รถไฟที่จัดให้เฉพาะผู้หญิงขึ้นเท่านั้น
36. มีโรงแรมม่านรูด แล้วประเทศไหนไม่มีโรงแรมม่านรูดบ้าง
37. บุหรี่มีมากมายหลายยี่ห้อ
38. บ้านเมืองมีความปลอดภัยสูง เวลาค่ำคืนสามารถเดินออกไปได้
39. มีห้องน้ำแบบนั่งยองๆ
40. คิทแคทมีหลายรสชาติ
41. มีพนักงานสาวคอยดูแลการขึ้นลงลิฟท์ให้ผู้โดยสาร
42. มีซองน้ำจิ้มที่สามารถราดน้ำจิ้มได้ด้วยมือข้างเดียว(โดยไม่ต้องแกะหรือฉีก) เรียกว่า Dispenpack อันนี้เห็นครั้งแรกก็ทึ่งเหมือนกัน สมเป็นญี่ปุ่นจริงๆ เรื่องคิดค้นต้องยกให้เขา
43. โรงแรมแคปซูล ปัจจุบันมีการพัฒนาโรงแรมแคปซูลให้มีความหลากหลายมากขึ้น คนที่ไมเคยลิ้มลองรสชาติการนอนในโรงแรมแคปซูลคงต้องไปหาลองกันบ้างแล้ว
44. มีถุงที่ร้านต่างๆใส่สินค้าของร้านตัวเองแล้วปิดผนึกไม่ให้ลูกค้าเห็นของด้านใน แล้วตั้งราคาเป็นตัวเลขกลมๆ ขายในช่วงปีใหม่ ซึ่งของในถุงมักจะมีราคาสูงกว่าราคาที่ตั้งไว้ เรียกกว่า Fukubukuro เคยเห็นคนต่อคิวรอห้างเปิดเพื่อเข้าไปแย่งกันซื้อถุงเหล่านี้ ผู้หญิงทั้งนั้น
45. ห้องในโรงแรมบิสซิเนส เล็กมาก โดยเฉพาะห้องชนิด semidouble
46. ชาวต่างชาติที่มีแฟนเป็นสาวญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักๆมักจะหน้าตาแย่ อันนี้จริงแท้ เห็นแล้วยังงง
ที่กล่าวมานั้นมีทั้งน่าตกใจและเป็นเรื่องธรรมดาของประเทศไทยเราเลยค่ะ
ชม ฟูจิยาม่า ภูเขาไฟที่สวยที่สุดในโลก
ไปเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ว่าใครก็คงทราบคร่าวๆ แล้วว่าสถานที่ 2 แห่งที่พลาดไม่ได้คือ ฮากอนเน่ และ คามามูร่า อันเปรียบเสมือนเมืองหลัก เพราะฟูจิยาม่า และ พระใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ของ แดนอาทิตย์อุทัย จะพบได้ที่ 2 เมืองนี้ และผมก็โชคดีมีข้อมูลเป็นเอกสาร แต่ก็อย่างว่าประสาผมนี่แหละครับ ดูแค่ผ่าน จำได้แค่หัวข้อ แล้วก็ไม่เค้ยไม่เคยตั้งใจอ่านรายละเอียดให้ถ่องแท้เลย จัดใส่กระเป๋าเข้ากับเอกสารอื่นๆ จนกระทั่งได้เวลาที่ตัดสินใจว่าจะไปแล้วนั่นแหละ ถึงค่อยหยิบมาดูอย่างคร่าวๆ แต่เจ้าสามัญสำนึกที่ใช้ได้ดีกับทุกที่ ดูเหมือนจะใช้กับญี่ปุ่นไม่ได้เลย เพราะตอนนั้นผมยังไม่ได้เริ่มใช้ เจอาร์พาส จึงยังไม่เคยเหนอิทธิฤทธิ์ของเจ้า เจอาร์พาส ให้ตระหนักว่า เรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นนี่ เค้าทุ่มทุนสร้างแบบไม่คิดถึง ต้นทุน-กำไร แบบเกินคาดคิดจริงๆ ก็คิดดูง่ายๆ สิครับว่า Fuji Hakone Pass ที่พาดหัวตัวโตว่า สะดวก ไม่แพง และคุ้มค่า ราคาคนละ 7,200 เยน นั้นใช้ได้ 3 วัน กับยานพาหนะทุกอย่าง ดังรายการข้างต้น ก็ในเมื่อเราจะไปเที่ยวแค่วันเดียว ไปกลับ หลับตาคิด ก็ต้องคิดออกว่า จะซื้อไปทำไม ? ยังไงก็ไม่คุ้ม จริงไหมครับ ? อีกอย่างก็มี เจอาร์พาส ด้วยจุดอื่นๆ ที่ต้องเสียตังค์ ก็คงไม่เท่าไหร่หรอก ... ยังมีทางเลือกอื่นที่สะดวกกว่า คุ้มกว่า ถูกกว่า ราคา 7,200 เยน ที่ว่านี้หรือปล่าว ? มาทราบทีหลังว่ามี พาส เป็นทางเลือกอีกหลายแบบ อาทิ Hakone Free Pass 2 วัน 5,000 เยน (ลดเหลือเพียง 3,900 เยน ถ้ามี เจอาร์พาส และซื้อที่ โอดาวาร่า ครับ)
ขอขอคุณบทความดีๆจาก http://merrybrighttravel.com/TourJapan.html
ขอขอคุณบทความดีๆจาก http://merrybrighttravel.com/TourJapan.html
ออนเซน อาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อนแบบญี่ปุ่น
ออนเซน อาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อนแบบญี่ปุ่น
หมายถึงการอาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อนแบบญี่ปุ่น ซึ่งมีวัตรปฏิบัติที่ถือตามกันมากกว่า 2,000 ปี โดยจะแบ่งฝ่ายหญิง และชายออกจากกัน ออนเซนในประเทศญี่ปุ่นโด่งดังมากและเป็นแรงดึงดูดอันสำคัญยิ่งต่อการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น จึงไม่น่าแปลกในนัก หากว่าทั้งประเทศ มีบริการนี้อยู่นับหมื่นๆ จุด
ออนเซ็น ไม่ว่าจะแบบ Indoor หรือ Outdoor ก็จะปฏิบัติคล้ายๆ กัน คือทุกๆ คนจะไม่สวมเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่เอาไว้ซับเนื้อตัวเวลาอาบ จากการวิจัยพบว่า สาเหตุที่คนนิยมกันมาก ก็เนื่องจากต้องการจะหลีกหนีและ ผ่อนคลายตัวเองจากความวุ่นวาย ความอึกทึกครึกโครมจากในเมืองหลวง และกลับสู่ธรรมชาติโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น เชื่อกันว่า น้ำแร่ ที่อาบกันในออนเซ็นนั้น มีพลังในการช่วยฟื้นฟูสภาพผิว และรักษาอาการเมื่อยล้าได้
ค่าบริการของออนเซ็นมีตั้งแต่ 1,000 เยนถึง 20,000 เยน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับประเภท ความหรูหรา และบรรยากาศ
ขอขอคุณบทความดีๆจาก http://merrybrighttravel.com/TourJapan.html
หมายถึงการอาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อนแบบญี่ปุ่น ซึ่งมีวัตรปฏิบัติที่ถือตามกันมากกว่า 2,000 ปี โดยจะแบ่งฝ่ายหญิง และชายออกจากกัน ออนเซนในประเทศญี่ปุ่นโด่งดังมากและเป็นแรงดึงดูดอันสำคัญยิ่งต่อการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น จึงไม่น่าแปลกในนัก หากว่าทั้งประเทศ มีบริการนี้อยู่นับหมื่นๆ จุด
ออนเซ็น ไม่ว่าจะแบบ Indoor หรือ Outdoor ก็จะปฏิบัติคล้ายๆ กัน คือทุกๆ คนจะไม่สวมเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่เอาไว้ซับเนื้อตัวเวลาอาบ จากการวิจัยพบว่า สาเหตุที่คนนิยมกันมาก ก็เนื่องจากต้องการจะหลีกหนีและ ผ่อนคลายตัวเองจากความวุ่นวาย ความอึกทึกครึกโครมจากในเมืองหลวง และกลับสู่ธรรมชาติโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น เชื่อกันว่า น้ำแร่ ที่อาบกันในออนเซ็นนั้น มีพลังในการช่วยฟื้นฟูสภาพผิว และรักษาอาการเมื่อยล้าได้
ค่าบริการของออนเซ็นมีตั้งแต่ 1,000 เยนถึง 20,000 เยน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับประเภท ความหรูหรา และบรรยากาศ
ขอขอคุณบทความดีๆจาก http://merrybrighttravel.com/TourJapan.html
เกาะฮอกไกโด ที่สุดแห่งเกาะท่องเที่ยวของญี่ปุ่น
การทัวร์ที่ญี่ปุ่นก็จะมีสถานท่องเที่ยวที่หลากหลายกันออกไปโดยการมาทัวร์ญี่ปุ่นก็จะพามาที่ ฮอกไกโด ฮอกไกโด เป็นเกาะใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่นรองจากเกาะฮอนชู ตั้งอยู่ตำแหน่งเหนือสุดของประเทศ เดิมเกาะฮอกไกโดเป็นที่อาศัยของชนพื้นเมืองดั้งเดิม คือ ชาวไอนุ ซึ่งมีวัฒนธรรมคล้ายกับอินเดียนแดงของอเมริกา คำว่า ซัปโปโร ในภาษาไอนุ แปลว่า เมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่าน ภูมิประเทศของเกาะฮอกไกโดนี้เต็มไปด้วยทุ่งหญ้า ทุ่งนา ป่า ภูเขา ทะเลสาป แม่น้ำ และ ปล่องภูเขาไฟ จึงเป็นดินแดนที่มีทัศนียภาพงดงามเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ในปัจจุบันฮอกไกโด ของประเทศญี่ปุ่น มีประชากรประมาณห้าล้านคน เมืองหลวงของฮอกไกโด ชื่อเมืองซัปโปโร มีประชากรประมาณหนึ่งล้านแปดแสนคน แต่เดิม ฮอกไกโดไม่ใช่ประเทศญี่ปุ่น แต่เป็นเกาะซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวพื้นเมือง คือ ชาวไอนุ ซึ่งชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บนเกาะฮอกไกโดเหล่านี้ได้อยู่กระจัดกระจายไประหว่างเกาะฮอกไกโดและทางตอนใต้ของรัสเซีย หน้าตาของ ชาวไอนุ จะมีหน้าคล้ายอินเดียนแดงมากกว่าคนเอเชีย สันนิษฐานว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าในอดีต ระหว่างฮอกไกโดกับรัสเซียเป็นผื่นดินที่ติดต่อกัน อาชีพหลักของชาวฮอกไกโด คือ อาชีพเกษตร ปลูกข้าว ปลูกมันฝรั่งและอื่นๆ เกาะฮอกไกโด จึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นปากท้องของญี่ปุ่น ฮอกไกโดของญี่ปุ่น เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เมืองฮอกไกโด ถือเป็นสวรรค์ของธรรมชาติซึ่งสามารถจะท่องเที่ยวได้ตลอดปีมีทั้งภูเขา ที่ราบสูง แม่น้ำ ทะเลสาบ บ่อน้ำพุร้อนและชายฝั่งทะเล มีเมืองซัปโปโร เป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจและการเมือง รวมทั้งการเดินทางจากฮอกไกโด ไปโตเกียวและโอซาก้า ฮอกไกโดเป็นเมืองที่มีการจัดวางผังได้สมบูรณ์แบบ ฮอกไกโดมีสวนสาธารณะโอโดริ ซึ่งเป็นที่จัดแสดงงานเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียงของฮอกไกโด ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาชมงานที่ฮอกไกโด ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี นอกจากนี้ที่ฮอกไกโดยังมี หอนาฬิกาอันเก่าแก่ อีกทั้ง ย่านร้านค้าซึซึกิโน่ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าและแหล่งจับจ่ายซื้อของที่มีชื่อเสียงของเมืองฮอกไกโดนี้ เมื่อมีโอกาสได้มาทัวร์ญี่ปุ่นอย่าลืมแวะมาเกาะฮอกไกโดกันให้ได้นะคะ เพราะความสวยงามของเกาะฮอกไกโดนั้นจะช่วยให้คุณลืมความเครียดต่างๆ ไปอย่างสิ้นเชิงค่ะ เพราะธรรมชาติและความสวยงามของเกาะฮอกไกโดจะช่วยให้คุณเพลิดเพลินและได้เรียนรู้ถึงความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นด้วย ขอบคุณสาระดีๆจาก http://merrybrighttravel.com/TourJapan.html ทัวร์ญี่ปุ่น,เที่ยวญี่ปุ่น,ท่องเที่ยวญี่ปุ่น,นำเที่ยวญี่ปุ่น,ที่เที่ยวญี่ปุ่น
Subscribe to:
Posts (Atom)